กรุงเทพฯ 19 กันยายน 2569 — IGLTA และ lebua ร่วมจัดงาน IGLTA Travel Reception Bangkok เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ณ lebua at State Tower โดยได้รับการสนับสนุนจาก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) งานเชื่อมบริษัทผู้ซื้อด้านการท่องเที่ยวจากอินเดีย 10 แห่งเข้ากับผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐ เมือง สถาบันการศึกษา และองค์กรชุมชนของไทย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลตลาดและความต้องการของนักเดินทาง LGBTQ+ ระหว่างประเทศ
ภายในงาน IGLTA มอบประกาศนียบัตร IGLTA Accredited™ ให้แก่ lebua Bangkok ซึ่งเป็นโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับสถานะดังกล่าว หลังผ่านเกณฑ์ด้านความครอบคลุม LGBTQ+ ครบ 8 ด้านและต้องทบทวนสถานะเป็นรายปี กรณีของ lebua จึงเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนคำว่า LGBTQ+ Friendly ให้เป็นนโยบาย การปฏิบัติงาน และประสบการณ์บริการที่ตรวจสอบได้
ตลาดโต แต่รายได้ไม่ได้มาเอง
IGLTA หรือ International LGBTQ+ Travel Association เป็นสมาคมไม่แสวงผลกำไรระดับโลกที่เชื่อมชุมชน LGBTQ+ กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มีเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญมากกว่า 13,000 คนในประมาณ 80 ประเทศ และเป็น Affiliate Member ของ UN Tourism
ข้อมูลที่นำเสนอบนเวทีอ้างรายงาน The Future of Queer Travel ของ Globetrender ซึ่งประเมินว่าการใช้จ่ายด้านการเดินทางของนักเดินทาง LGBTQ+ ทั่วโลกอาจเพิ่มจาก 218,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 568,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2030 ตัวเลขดังกล่าวบอกขนาดของโอกาส แต่ไม่ได้หมายความว่ารายได้จะมาถึงผู้ประกอบการไทยโดยอัตโนมัติ หากนักเดินทางยังค้นหาบริการที่เหมาะสมไม่ได้ จองไม่สะดวก หรือพบประสบการณ์ที่ไม่สอดคล้องกับคำโฆษณา
งานครั้งนี้ยังแยกสองกรอบที่เกี่ยวข้องกันแต่ทำหน้าที่ต่างกันอย่างชัดเจน ได้แก่ LGBTQ+ Visitor Economy ซึ่งมองระบบตลาด ผู้ซื้อ ผู้ให้บริการ การจอง การใช้จ่าย และการส่งต่อระหว่างบริการ กับ Meaningful Tourism ซึ่งใช้กรอบ Volume, Value และ Meaning ถามว่าการเติบโตสร้างคุณค่าให้ผู้มาเยือน คนทำงาน ชุมชน และพื้นที่อย่างไร
พงศธร อาชวพงศกร ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหาร Pride Ready Asia กล่าวบนเวทีในฐานะ 2026 IGLTA Foundation Global Convention Fellow และผู้เข้าร่วม TUI FutureShapers Global Cohort 2 โดยนำเสนอทิศทาง “From Visibility to Visitor Economy” ภายใต้กรอบ Pride Economy 365™ ผ่านสามองค์ประกอบ ได้แก่ Frontline insight, Inclusive data และ Local partnerships
สารสำคัญของการนำเสนอคือ จุดหมายปลายทางต้องทำให้นักเดินทางค้นหา จอง รับบริการ และส่งต่อไปยังบริการที่เหมาะสมได้จริง พร้อมนำประสบการณ์กลับมาใช้ปรับปรุงบริการอย่างต่อเนื่อง ก่อนที่พงศธรจะนำบทเรียนจากประเทศไทยไปร่วมแลกเปลี่ยนในงาน IGLTA Global Convention 2026 ณ เมืองเซบียา ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 17–21 พฤศจิกายน 2569 โดยมี Dr. Thanakarn “Bella” Vongvisitsin อดีต IGLTA Foundation Fellow ปี 2018 ทำหน้าที่ mentor ภายใต้โครงการ TUI FutureShapers Global

คนทั้งระบบมาอยู่ในห้องเดียวกัน
ในช่วง “GO THAI BE FREE – THE BIG PICTURE BY TAT” มี Ms. Ratiwan Boonprakhong, Director, ASEAN Market Division, Tourism Authority of Thailand กล่าวถึงภาพตลาดจากมุมของ ททท. ขณะที่ Rajan Khurana, Vice President – Operations, lebua Hotels นำเสนอเส้นทางการเตรียมองค์กรสู่ IGLTA Accredited™
วงเสวนาด้านการบริการมีผู้แทนจาก Radisson RED Phuket Patong Beach, lebua Hotels, วิทยาลัยดุสิตธานี และ CURATED PARTNER ร่วมแลกเปลี่ยนเรื่องการบริหารโรงแรม การตลาด การพัฒนาบุคลากร และการออกแบบประสบการณ์สำหรับนักเดินทาง
ภาควิชาการยังมีผู้แทนจาก วิทยาลัยดุสิตธานี, บัณฑิตวิทยาลัยการจัดการการท่องเที่ยว สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA Graduate School of Tourism Management) และ คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (TU LSED) เข้าร่วม เพื่อเชื่อมโจทย์ตลาดเข้ากับการพัฒนาความรู้ หลักสูตร และบุคลากรด้านบริการ
ผู้แทนภาครัฐและเมืองประกอบด้วย อพท. กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ISMED และส่วนการท่องเที่ยว กรุงเทพมหานคร ส่วนภาคชุมชนและสิทธิมนุษยชนมีผู้แทนจาก Naruemit Pride ผู้จัด Bangkok Pride, Win Win Foundation, SWING, IHRI, RSAT, ThaiTGA, องค์กรบางกอกเรนโบว์ และ Healthy Space Forum
ภาคธุรกิจมีผู้แทนจาก Montien Hotel Surawong Bangkok, Holiday Inn Bangkok Silom, Dusit Thani Bangkok, Canvas Ventures International และ LoverPlanner เข้าร่วม ขณะที่ Khridh Amnueypol, PR Management จาก GCircuit นำมิติของอีเวนต์และเศรษฐกิจยามค่ำคืนเข้ามาอยู่ในภาพเดียวกัน การมี GCircuit ในเวทีนี้ชี้ให้เห็นว่า LGBTQ+ Visitor Economy ไม่ได้เกิดเฉพาะในโรงแรม แต่ครอบคลุมกิจกรรม การเดินทาง อาหาร สุขภาพ วัฒนธรรม และการใช้ชีวิตในเมืองตลอดเส้นทางของผู้มาเยือน

เริ่มวางหมากที่สีลม
หลังงาน Reception, Pride Ready Asia เตรียมต่อยอดบทสนทนาสู่การสำรวจความพร้อมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เพื่อรองรับ LGBTQ+ Visitor Economy โดยเริ่มจากสีลมเป็นพื้นที่นำร่องเบื้องต้น ครอบคลุมธุรกิจที่พัก อาหารและเครื่องดื่ม สถานบันเทิง สุขภาพและเวลเนส ค้าปลีก การเดินทาง และบริการสำหรับผู้มาเยือน
ระยะแรกจะสำรวจช่องว่างของบริการ ความพร้อมของบุคลากร ความต้องการของนักเดินทางแต่ละกลุ่ม และความสามารถในการส่งต่อนักเดินทางไปยังบริการที่เหมาะสม ข้อมูลที่ได้จะใช้ประกอบการออกแบบกิจกรรมพัฒนาและการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป โดยขั้นตอนนี้เป็นการสำรวจและเตรียมความพร้อม ยังไม่ใช่การรับรองสถานประกอบการ
จากผู้ซื้ออินเดีย 10 แห่งในห้องประชุม สู่ธุรกิจในพื้นที่สีลม คำถามถัดไปจึงไม่ใช่เพียงว่าไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรหรือไม่ แต่คือผู้ประกอบการพร้อมให้บริการ บุคลากรเข้าใจความต้องการ และนักเดินทางสามารถเข้าถึงประสบการณ์ที่เหมาะสมได้จริงเพียงใด

เกี่ยวกับ Pride Ready Asia
Pride Ready Asia Co., Ltd. พัฒนางานด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการออกแบบบริการที่คำนึงถึงความหลากหลาย ภายใต้กรอบ Pride Economy 365™ — Pride Never Expires โดยเชื่อมการสำรวจความพร้อมของผู้ให้บริการ หลักฐานจากประสบการณ์จริง การพัฒนาพื้นที่ และโอกาสเข้าสู่ตลาดสำหรับผู้ประกอบการ
ภาพและการนำไปใช้
ภาพประกอบมาจากชุด Press Select ฉบับแก้ไขของงาน เครดิต Photo courtesy of IGLTA โปรดยืนยันเครดิตช่างภาพและสิทธิการใช้ก่อนนำภาพไปใช้เชิงพาณิชย์นอกเหนือจากบันทึกข่าวและงานนี้












